รายละเอียดการเป็นสมาชิก

สมาชิกของสมาคมมี 2 ประเภท คือ

(1) สมาชิกสามัญ
(2) สมาชิกวิสามัญ

หมวด 1 สมาชิกสามัญ

  • ข้อ 5. สมาชิกสามัญ ได้แก่ บุคคลที่มีสัญชาติไทย และบรรลุนิติภาวะ ซึ่งคณะกรรมการอำนวยการมีมติรับเป็นสมาชิกตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในหมวดนี้ ยกเว้นบุคคลซึ่งมีสมาชิกภาพอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว
  • ข้อ 6. สมาชิกสามัญของ สมาคมนี้ให้มีจำนวนไม่เกิน 1,212 คน ถ้าจำนวนสมาชิกสามัญลดลงจากจำนวนที่กำหนดไว้ และไม่มีผู้รับสวมสิทธิในการเป็นสมาชิกสามัญของผู้ที่ออกไป หรือคณะกรรมการอำนวยการมีมติไม่รับผู้สวมสิทธิเข้าเป็นสมาชิกสามัญ คณะกรรมการอำนวยการจะใช้ดุลยพินิจเปิดรับสมัครสมาชิกสามัญให้ครบจำนวนตามที่ กำหนดไว้ก็ได้
  • ข้อ 7. ผู้สมัครเป็นสมาชิกสามัญต้องยื่นใบสมัครตามระเบียบที่สมาคมกำหนด โดยมีสมาชิกสามัญของสมาคมนี้ ซึ่งเป็นสมาชิกมาแล้วไม่น้อยกว่า 365 วัน เป็นผู้รับรอง 2 คน และต้องชำระค่าโอนตามที่คณะกรรมการกำหนดสมาชิกสามัญและสมาชิกวิสามัญจะต้องชำระค่าบำรุงและอื่นๆ ให้แก่ สมาคม ตามที่คณะกรรมการอำนวยการกำหนด ด้วยความเห็นชอบของที่ประชุมใหญ่
  • ข้อ 8. ให้กรรมการ เลขานุการประกาศชื่อของผู้สมัครไว้ ณ ที่ปิดประกาศของสมาคมเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามสิบวัน เมื่อครบกำหนดแล้วให้นำเสนอ คณะกรรมการอำนวยการเพื่อพิจารณาในคราวประชุมถัดไป ทั้งนี้ต้องดำเนินการและพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน นับแต่วันที่บุคคลนั้นยื่นใบสมัคร
  • ข้อ 9. การพิจารณาของ คณะกรรมการอำนวยการในการรับผู้สมัครเป็นสมาชิกนั้นให้คณะกรรมการอำนวยการมี มติโดยการลงคะแนนลับ ถ้ามีคะแนนเสียงไม่ควรรับเกินกึ่งหนึ่งให้ถือว่าคณะกรรมการอำนวยการมีมติไม่ รับผู้สมัครนั้นเป็นสมาชิก
  • ข้อ 10. เมื่อคณะ กรรมการลงมติรับสมัครบุคคลใดเป็นสมาชิกแล้ว ให้กรรมการเลขานุการแจ้งให้ผู้สมัครทราบ และให้ประกาศชื่อผู้นั้นไว้ ณ ที่ปิดประกาศของสมาคมไม่น้อยกว่าสิบห้าวันถ้าคณะกรรมการอำนวยการลงมติ ไม่รับผู้สมัครใดเป็นสมาชิกให้กรรมการเลขานุการ แจ้งให้ผู้สมัครทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่คณะกรรมการอำนวยการมีมติ
  • ข้อ 11. หลังจากกำหนดหก เดือนนับแต่วันที่คณะกรรมการอำนวยการลงมติไม่รับผู้สมัครใดเป็นสมาชิก ผู้สมัครนั้นจะสมัครเป็นสมาชิกได้อีกครั้งหนึ่ง โดยปฏิบัติตามวิธีการที่กำหนดไว้ข้างต้นถ้าคณะกรรมการมีมติไม่รับผู้สมัคร นั้นเป็นสมาชิกอีก ผู้สมัครนั้นหมดสิทธิที่จะสมัครเป็นสมาชิกอีกต่อไป
  • ข้อ 12. สมาชิกสามัญผู้ใดประพฤติตนจนเป็นที่เสื่อมเสียชื่อเสียงของตนเองหรือของ สมาชิกอื่นหรือของสมาคมอย่างร้ายแรง หรือฝ่าฝืนข้อห้ามหรือไม่ปฏิบัติตามข้อปฏิบัติของสมาคมจนเป็นเหตุให้เสียหาย แก่สมาคมอย่างร้ายแรง คณะกรรมการอำนวยการมีอำนาจดำเนินการให้สมาชิกผู้นั้นพ้นจากสมาชิกภาพได้ตาม วิธีการที่กำหนดไว้ดังต่อไปนี้
    (1)     ให้คณะ กรรมการอำนวยการมีหนังสือแจ้งพฤติการณ์ไปยังสมาชิกผู้นั้น หรือเชิญสมาชิกผู้นั้นมารับทราบพฤติการณ์ในที่ประชุมคณะกรรมการอำนวยการ เพื่อขอให้สมาชิกผู้นั้นลาออกจากสมาชิก
    (2)     ถ้า สมาชิกผู้นั้นไม่ยอมลาออก และมิได้คัดค้านต่อคณะกรรมการอำนวยการเป็นลายลักษณ์อักษรภายใน 15 วัน นับแต่วันที่คณะกรรมการอำนวยการมีหนังสือแจ้งพฤติการณ์ไปยังสมาชิกผู้นั้น หรือวันที่คณะกรรมการอำนวยการเชิญสมาชิกผู้นั้นรับทราบพฤติการณ์คณะกรรมการ อำนวยการจะต้องเรียกประชุมใหญ่วิสามัญเพื่อพิจารณาพฤติการณ์ของสมาชิกผู้ นั้นภายใน 30 วัน ทั้งนี้ไม่ตัดสิทธิสมาชิกผู้นั้นที่จะเข้าประชุมชี้แจงพฤติการณ์ของตนต่อที่ ประชุมใหญ่วิสามัญด้วยวาจาหรือลายลักษณ์อักษร
    (3)     ถ้า สมาชิกผู้นั้นไม่ยอมลาออก และได้คัดค้านต่อคณะกรรมการอำนวยการเป็นลายลักษณ์อักษรภายใน 15 วัน ให้คณะกรรมการอำนวยการประชุมพิจารณาคำคัดค้านนั้นอีกครั้งหนึ่งถ้าคณะ กรรมการอำนวยการยืนยันเห็นควรให้สมาชิกผู้นั้นลาออกก็ให้ดำเนินการตามข้อ 12 (2)
    (4)    การประชุมใหญ่วิสามัญตามข้อ 12 (2) ให้ที่ประชุมพิจารณาว่าจะควรลบชื่อผู้นั้นออกจากทะเบียนสมาชิกหรือไม่ ในการนี้ให้ดำเนินการเป็นการประชุมลับห้ามมิให้ผู้ไม่มีสิทธิเข้าประชุมร่วม ประชุมด้วย เว้นแต่เจ้าหน้าที่ตามจำนวนที่จำเป็น การลงมติในที่ประชุมให้ลงคะแนนลับคะแนนเสียงให้ลบชื่อผู้ใดออกจากทะเบียน สมาชิกจะต้องมีไม่น้อยกว่าสองในสามของสมาชิกที่เข้าประชุม
  • ข้อ 13. เมื่อมีกรณีเกี่ยวกับความประพฤติของสมาชิกผู้ใดดังกล่าวในข้อ 12 คณะกรรมการอำนวยการมีอำนาจห้ามมิให้สมาชิกผู้นั้นใช้สิทธิในสมาคมได้ชั่ว คราวไม่เกิน 3 เดือน เพื่อดำเนินการสอบสวนพฤติการณ์ของสมาชิกผู้นั้นถ้าครบกำหนดห้ามใช้สิทธิชั่ว คราวนั้นแล้วคณะกรรมการอำนวยการยังมิได้ดำเนินการตามที่กำหนดไว้ในข้อ 12 ให้สมาชิกผู้นั้นมีสิทธิใช้สิทธิในสมาคมได้ต่อไป
  • ข้อ 14. เมื่อสมาชิกผู้ใดถึงแก่ความตายให้ถือสิทธิการเป็นสมาชิกเป็นมรดกชิ้นหนึ่ง ให้ตกทอดถึงทายาท

 

หมวด 2 สมาชิกวิสามัญ

  • ข้อ 15. สมาชิกวิสามัญ คือ บุคคลที่เป็นภรรยา หรือสามีที่ชอบด้วยกฎหมาย และบุตรที่เกิดจากสมาชิกสามัญของสมาคมฯ เท่านั้น ซึ่งคณะกรรมการมีมติรับเป็นสมาชิกตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในหมวดนี้
  • ข้อ 16. ภรรยา หรือสามี และบุตรของสมาชิกสามัญซึ่งมีอายุไม่ต่ำกว่า 10 ปี จำนวน 2 คน มีสิทธิสมัครเข้าเป็นสมาชิกวิสามัญได้ความในวรรคหนึ่งไม่ใช้บังคับแก่ผู้ที่เป็นสมาชิกสามัญ หรือสมาชิกวิสามัญอยู่ก่อนวันที่ 1 เมษายน 2535
  • ข้อ 17. ให้นำความในหมวด 1 เรื่องการสมัครเป็นสมาชิก และการรับสมัครเป็นสมาชิกมาใช้บังคับแก่สมาชิกวิสามัญโดยอนุโลม
  • ข้อ 18. สมาชิกวิสามัญคนใดประพฤติตนจนเป็นที่เสื่อมเสียชื่อเสียงของตนเองหรืข องสมาชิกอื่นๆ หรือของสมาคม คณะกรรมการอำนวยการจะมีมติให้ลบชื่อสมาชิกผู้นั้นออกจากทะเบียนก็ได้ด้วย คะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของคณะกรรมการอำนวยการที่เข้าประชุมโดยการลง คะแนนลับ แต่ต้องให้สมาชิกผู้นั้นมีโอกาสชี้แจงแก้ตัวก่อนให้นำความในข้อ 13 มาใช้บังคับแก่สมาชิกวิสามัญโดยอนุโลม

 

หมวด 3 แขกของสมาชิก

  • ข้อ 19. สมาชิกสามัญของสมาคมมีสิทธินำบุคคลที่มิได้เป็นสมาชิกของสมาคมมาใช้บริการ ของสมาคมในฐานะแขกของสมาชิกได้ตามระเบียบที่คณะกรรมการอำนวยการกำหนดให้ แขกของสมาชิกใช้บริการของสมาคมได้เฉพาะเวลาที่สมาชิกผู้นั้นปรากฎตัวอยู่ ในบริเวณของสมาคม และตามเวลาที่คณะกรรมการอำนวยการกำหนดไว้เท่านั้น
  • ข้อ 20. แขกของสมาชิก ต้องชำระเงินค่าสนาม และเงินอื่นใดตามที่คณะกรรมการอำนวยการกำหนด
  • ข้อ 21. สมาชิกผู้นำต้องรับผิดชอบต่อสมาคมในการให้แขกของตนปฏิบัติตามข้อบังคับและ ระเบียบต่างๆ ของสมาคมตลอดจนต้องรับผิดชอบในบรรดาหนี้สินทั้งหลายและความเสียหายใดๆ ที่แขกของตนก่อให้เกิดขึ้นต่อสมาคม
  • ข้อ 22. คณะกรรมการอำนวยการมีสิทธิอนุญาตให้บุคคล หรือคณะบุคคลใดๆ มาเป็นแขกของสมาคม โดยมิต้องปฏิบัติตามความในหมวดนี้ก็ได้

 

หมวด 4 สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก

  • ข้อ 23. นอกจากที่กำหนดไว้โดยเฉพาะในข้อบังคับนี้สมาชิกทุกประเภทมีสิทธิใช้สมาคมภาย ใต้วัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้ และตามระเบียบที่คณะกรรมการอำนวยการกำหนดไว้ แต่การใช้สิทธินั้นต้องไม่เป็นการรบกวน หรือรอนสิทธิของสมาชิกอื่น
  • ข้อ 24. สมาชิกมีสิทธิเสนอคำแนะนำเกี่ยวกับกิจการของสมาคมเพื่อประโยชน์ และความเจริญของสมาคม คำแนะนำนี้ให้ทำเป็นลายลักษณ์อักษรและส่งต่อกรรมการเลขานุการเพื่อนำคำแนะนำ นั้นเสนอที่ประชุมคณะกรรมการอำนวยการประจำเดือนพิจารณา
  • ข้อ 25. สมาชิกสามัญของ สมาคมเท่านั้นที่มีสิทธิเข้าที่ประชุมใหญ่ของสมาคมตามที่กำหนดไว้ในข้อ บังคับนี้ เว้นแต่คณะกรรมการอำนวยการจะอนุญาตให้ผู้ใดเข้าที่ประชุมใหญ่ของสมาคมได้
  • ข้อ 26. สมาชิกสามัญร่วมกันมีจำนวนไม่น้อยกว่า 50 คน มีสิทธิเสนอให้คณะกรรมการอำนวยการเรียกประชุมใหญ่วิสามัญได้ การเสนอให้เรียกประชุมใหญ่วิสามัญนี้จะต้องแจ้งความประสงค์เป็นลายลักษณ์ อักษร และแจ้งเรื่องที่ขอให้พิจารณาในการประชุมใหญ่โดยละเอียดแล้วลงชื่อไว้เป็น หลักฐานเมื่อคณะกรรมการอำนวยการได้รับข้อเสนอให้เรียกประชุมใหญ่วิสามัญแล้ว ให้พิจารณาดำเนินการตามข้อเสนอนั้นภายในกำหนด 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับข้อเสนอถ้าคณะกรรมการอำนวยการเห็นว่าเรื่องที่เสนอยังไม่ สมควรจะเรียกประชุมใหญ่วิสามัญให้คณะกรรมการอำนวยการเชิญผู้เสนอเข้าร่วม ประชุมกับคณะกรรมการอำนวยการภายในกำหนด 30 วัน ดังกล่าว หากมีเสียงเกินกว่าจำนวนครึ่งหนึ่ง ของผู้เสนอทั้งหมด ยืนยันให้เรียกประชุมใหญ่วิสามัญคณะกรรมการอำนวยการต้องดำเนินการเรียก ประชุมใหญ่วิสามัญภายในกำหนด 30 วัน นับแต่วันที่คณะกรรมการประชุมร่วมกับผู้เสนอ ถ้าคณะกรรมการอำนวนการไม่เรียกประชุมใหญ่วิสามัญภายในกำหนดดังกล่าว สมาชิกสามัญที่เสนอให้เรียกประชุมใหญ่มีสิทธิเรียกประชุมใหญ่วิสามัญและ ดำเนินการประชุมใหญ่ได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้
  • ข้อ 27. สมาชิกมี หน้าที่ต้องผูกพัน และปฏิบัติโดยเคร่งครัด ตามข้อกำหนดที่ระบุไว้ในข้อบังคับนี้ และข้อกำหนด หรือระเบียบที่คณะกรรมการอำนวยการกำหนด หรือวางไว้โดยไม่ขัดแย้งกับข้อบังคับนี้สมาชิกจะไม่ปฏิบัติตามโดยอ้างว่าตน ไม่รู้ไม่ได้
  • ข้อ 28. สมาชิกมีหน้าที่ต้องประพฤติตนที่เป็นผู้รักษาชื่อเสียงของตนตลอดจนชื่อเสียง ของสมาคมอันเป็นส่วนรวม
  • ข้อ 29. สมาชิกมีหน้าที่ต้องชำระเงินค่าบำรุงและหนี้สินอื่น ที่มีพันธะต้องจ่ายแก่สมาคมต่อสมุห์บัญชีของสมาคมในเวลาทำงานตามปกติ
  • ข้อ 30. ในกรณีที่สมาชิกทำให้ทรัพย์สินของสมาคมเสียหาย หรือบุบสลายสมาชิกมีหน้าที่ต้องรับผิดชดใช้ราคาทรัพย์สินหรือค่าเสียหายให้ แก่สมาคมตามที่คณะกรรมการอำนวยการกำหนด
  • ข้อ 31. นอกจากข้อ บังคับนี้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นสมาชิกทุกประเภทพ้นจากสมาชิกภาพเมื่อ
    (1)     ตาย
    (2)     ลาออก
    (3)     ถูกลบ ชื่อออกจากทะเบียน
    (4)     ต้องรับ โทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้ กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ
    (5)     เป็น บุคคลล้มละลาย
    (6)     เป็นคน ไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ
    ทั้ง นี้โดยผู้ที่เป็นสมาชิกสามัญพ้นจากสมาชิกภาพตาม (2) ถึง (6) ไม่เสียสิทธิในการที่จะโอนสิทธิการเป็นสมาชิกสามัญให้แก่ผู้ที่คณะกรรมการ อำนวยการจะให้ความเห็นชอบ